MarketingByte.com ศูนย์กลางความรู้ E-Marketing, E-Business และ E-commerce องค์ความรู้เกี่ยวการทำธุรกิจยุค Digital
ขอเชิญ สมัครสมาชิก เพื่อร่วมนำเสนอประสบการณ์ของคุณได้เลยครับ
MarketingByte.com ศูนย์กลางความรู้ E-Marketing, E-Business และ E-commerce องค์ความรู้เกี่ยวการทำธุรกิจยุค Digital
ขอเชิญ สมัครสมาชิก เพื่อร่วมนำเสนอประสบการณ์ของคุณได้เลยครับ

วันก่อนขณะที่ผมนั่งเล่น Twitter อยู่ตอนกลางดึก ผมลองนึกเล่นๆ ดูว่าถ้าผมจะนำ Twitter มาใช้ต่อยอดให้เกิดรายได้ขึ้นมา ผมจะทำอะไรได้บ้าง?
ความคิดหนึ่งที่แวบเข้ามาในสมองก็คือการขายโฆษณาที่แฝงไปกับข้อความที่ผม tweet ออกไป คนที่อ่านข้อความของผมก็จะได้รับสารจากโฆษณาไปด้วย
ก่อนอื่นต้องขออธิบายอย่างง่ายๆ ว่า Twitter คืออะไร เผื่อหลายคนยังไม่รู้จัก
Twitter คือบริการที่ใช้สำหรับเขียนบล็อกแบบสั้นๆ หรือที่เรียกว่า Micro-blogging โดยที่ข้อความในแต่ละ entry จะมีความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร ข้อความที่ผู้ใช้เขียนลงไปก็มักจะเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ?What are you doing?? หรือตอนนี้คุณกำลังทำอะไรอยู่?

นักการตลาดมีวิธีการแบ่งประเภทแบรนด์หลายวิธี วิธีการหนึ่งที่ใช้กันก็คือ Triangle of Brand Benefit ซึ่งจะแบ่งกลุ่มแบรนด์สินค้าออกตาม benefit ที่ลูกค้าของแบรนด์เหล่านี้ได้รับออกเป็น 3 กลุ่ม
?
กลุ่มแรกคือแบรนด์ประเภท Economical ที่ลูกค้ามักจะตระหนักว่าแบรนด์นี้มีจุดเด่นด้านความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา สินค้าที่มีแบรนด์แบบนี้มักจะมีราคาถูกเมื่อเทียบกับสินค้าชนิดเดียวกันที่ใช้แบรนด์อื่นๆ
กลุ่มที่สองคือแบรนด์ประเภท Functional ซึ่งเป็นที่รู้จักของลูกค้าว่าสินค้าที่ใช้แบรนด์นี้มีความสามารถพิเศษที่แตกต่างจากสินค้าชนิดเดียวกันที่ใช้แบรนด์อื่น เป็นสินค้าที่เหมาะแก่การใช้งานเฉพาะด้าน

หลังจากที่ได้เขียนเรื่อง <Google ซื้อ DoubleClick ด้วยเงินสดมูลค่า 3.1 พันล้านเหรียญ นี่คือราคาที่สมเหตุสมผล หรือเป็นราคาที่ต้องการเอาชนะ Microsoft กันแน่?> ซึ่งจะช่วยให้ทุกท่านเห็นภาพของการเคาะราคาอย่างมีที่มาที่ไป ได้เข้าใจว่าทำไม Microsoft ถึงแพ้ ทั้งที่ตัวเองก็มีเงินสดอยู่ในมือสูงถึง 30 พันล้านเหรียญ
บทความนี้จะเล่าต่อว่าเมื่อ Google ได้ DoubleClick มาแล้ว จะเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นกับโลกออนไลน์ใบใหญ่แต่แบนราบนี้บ้าง?