MarketingByte.com ศูนย์กลางความรู้ E-Marketing, E-Business และ E-commerce องค์ความรู้เกี่ยวการทำธุรกิจยุค Digital
ขอเชิญ สมัครสมาชิก เพื่อร่วมนำเสนอประสบการณ์ของคุณได้เลยครับ
MarketingByte.com ศูนย์กลางความรู้ E-Marketing, E-Business และ E-commerce องค์ความรู้เกี่ยวการทำธุรกิจยุค Digital
ขอเชิญ สมัครสมาชิก เพื่อร่วมนำเสนอประสบการณ์ของคุณได้เลยครับ

Google เตรียมที่จะปล่อยร้านค้าออนไลน์เพื่อให้บริการหนังสืออิเล็กทรอนิกส์หรือ e-book ในช่วงต้นปีหน้า ด้วยปริมาณของ e-book ประมาณครึ่งล้านฉบ้บจากหุ้นส่วนต่างๆ โดยจะกระจาย e-book ผ่านไปทาง publishers ทั้งหลายทั่วโลก และผู้อ่านจะสามารถซื้อ e-book จาก Google ได้โดยตรงหรือจากร้านค้าออนไลน์ยักษ์ใหญ่อย่างเช่น Amazon.com?หรือ Barnesandnoble.com

สวัสดีครับ วันนี้ขออนุญาตมาแนะนำลูกเล่นของ Yahoo! Messenger รุ่น 9.0 ที่ชื่อว่า ?Pingbox? ที่ผมรับรองเลยครับว่าคุณๆ ที่เป็น Blogger น่าจะชอบกัน เพราะมันคือลูกเล่นที่จะทำให้เราใช้แชทแบบเป็นส่วนตัวกับคนที่แวะมาดูหน้า Blog ของเราในได้โดยผ่าน Yahoo! Messenger สำหรับบทความตอนนี้ต้องสารภาพเลยว่าผมตั้งใจจะเขียนลง Bloggang.com แต่ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างทำให้ต้องผลัดแล้วผลัดอีก จนต้นฉบับจะราขึ้นอยู่แล้ว ผมเลยเอามาลงที่นี่ ใครเขียน Blog แนะนำให้อ่านกันนะครับ ตัวอย่างอาจจะเน้นไปทาง Bloggang.com เยอะหน่อยนะครับ แต่ว่าประยุกต์ใช้ได้กับทุกๆ เว็บครับ


?ภาษาเชิงเทคนิคของ Google Wave เรียกกันว่า Browser-Based Tool? แต่เอาแบบเข้าใจกันง่ายๆ แบบบ้านๆ ประสาเรา มันก็คือ software ตัวหนึ่งที่ต่อยอดขึ้นบน Browser ที่เราใช้ท่องเว็บกันอยู่ทุกวี่วันนั่นเอง
เพียงแต่มันจะรวมทุกอย่างทั้งหมดเอาไว้ในตัวเดียวไปเลย การเข้าเว็บได้นั้นเป็นปกติอยู่แล้ว แต่ที่มันสามารถทำไปพร้อมๆ กันได้ด้วยในตัวเอง? คือการใช้เป็น Instant Messaging หรือการ Chat แบบ Real-time เหมือนที่คนสมัยนี้เขาออนเอ็มกันนั่นเอง? ตลอดจน Email และที่สำคัญก็คือ ส่วนที่เรียกว่า Real-time online colaboration element

สถานการณ์ 3G ในปี 2008
เริ่มต้นที่ภาพรวมของตลาด 3G ในโลก จำนวนผู้ใช้ 3G ในปัจจุบัน (มกราคม 2009) มีจำนวนทั้งสิ้น 846 ล้านราย แบ่งออกเป็น ผู้ใช้ 3G ในมาตรฐาน W-CDMA ของฝั่งยุโรป 346 ล้านราย และผู้ใช้ 3G ในมาตรฐาน CDMA2000 1x และ EV-DO ของฝั่งเกาหลีและญี่ปุ่นอีกประมาณ 500 ล้านราย
มองกลับมาที่สำหรับตลาดมือถือในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีการเปิดให้บริการ 3G อย่างเป็นทางการ (Commercial Launch) เนื่องจากติดปัญหาทางด้านกฏระเบียบบางอย่าง ถึงแม้จะมีการเปิดให้บริการแบบทดสอบ (Trial) ณ บางจุด ก็ตาม

อีกหนึ่งบทความเกี่ยวกับ กรณีศึกษา 3G ในประเทศที่มีความเจริญมากที่สุดประเทศหนึ่งและเปิดให้บริการ 3G รายแรกของโลก จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ผ่านไปกว่า 8 ปีแล้ว ตลาดในประเทศญีุ่่ปุ่นตลอดการให้บริการดังกล่าวเป็นอย่างไรบ้าง และทิศทางในอนาคตจะเป็นอย่างไร ลองมาติดตามอ่านกันดูค่ะ

หลังจากที่ Apple iPhone ได้เปิดตลาดร้านขายแอปพลิเคชันออนไลน์ที่มีชื่อว่า iTunes App Store ตั้งแต่กรกฎาคมปีที่ผ่านมา และสร้าง business model รูปแบบใหม่ โดยเปิดให้นักพัฒนาโปรแกรม (Programmer) พัฒนาโปรแกรมและเสนอขายผ่านตลาดออนไลน์ดังกล่าว โดย Apple ขอส่วนแบ่งรายได้ 30% ไปไปมามาผู้ประกอบการรายอื่นก็อยู่นิ่งไม่ได้ อาทิเช่น Google ก็เปิดให้บริการบ้างในชื่อ Android Market ให้นักพัฒนาสามารถพัฒนาแอปพลิเคชันบน ระบบปฎิบัติการเปิด Android ซึ่งกำลังได้รับความนิยมที่สหรัฐอเมริกา, Nokia ก็มี OVI Store , Window ก็มี Market Place

Location Based Service (LBS) ไม่ว่าจะใช้ GPS technology หรือ Mobile Cellsite technology ก็ตามเป็นเทคโนโลยีที่ต้องยอมรับว่ามีประโยชน์มากและเป็นสิ่งที่หลายๆฝ่ายสามารถนำมาใช้เป็นลูกเล่นทั้งในเชิงพาณิชย์ได้อีกมากมาย อาทิ เช่น นักการตลาด สามารถใช้ช่องทางนี้ในการโฆษณาสินค้าของตนไปยังกลุ่มเป้าหมายที่กำลังผ่านเข้ามาในบริเวณ event หรือพื้นที่ที่ตัวเองต้องการจะส่งข้อมูลไปให้ ผู้ประกอบการขนาดเล็ก (SME)? ก็สามารถที่จะแสดงสถานที่ตั้งร้านของตนบนแผนที่พร้อมกับโฆษณา campaign หรือ promotion ล่าสุด เพื่อดึงดูดผู้กำลังเดินทางผ่านไปมาและกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่างรอบๆบริเวณดังกล่าวด้วยแผนที่อนนไลน์ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องใหม่และเกิดขึ้นจริงมาแล้ว หนึ่งในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่นำความสามารถของเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้งานอย่างเห็นได้ชัดก็คือ iphone 3G

อย่าพึ่งงงว่าข่าวที่เอามาเล่าให้ฟังกันวันนี้ทั้งๆที่ขึ้นหัวข้อว่า Twitter ตัวใหญ่โต แล้วทำไมผู้เขียนถึงได้ยกคำว่า Mashups อะไรมาเนี่ย อย่าพึ่งแปลกใจกันค่ะ เราลองมาดูกันก่อน

วันนี้ได้เอกสารจากลูกค้า มาตัวนึง เห็นแล้วเขียนว่า Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipisicing elit, sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua. Ut enim ad minim veniam ?. มันคืออะไรหว่า คิดไปคิดมา อ้อ มันก็เจ้า filler text ที่ใช้กันทั่วไป เห็นน้องๆ designer ที่ทำงานก็ใช้ เวลาที่แบบว่าทำ mock งาน ก็ต้องใช้ไอ่ประโยคนี้แหล่ะ
ว่าแล้วก็สงสัย มันแปลว่าอะหยัง ? ก็เลย Google ดู
เชื่อมั้ย มันมีไอ่คำนี้ ซึ่งไม่มีความหมาย ตั้งกว่า 3 ล้านคำในโลก ก็เข้าๆ ไปไล่อ่านดู แค่อันแรกๆ ก็พบประวัติศาสตร์ของมัน ประมาณว่า ไอ่เจ้า ข้อความ ลอเร็ม อิปซัม โดโลร์ นี้ มันใช้กันมานานโข แล้ว เป็นหลายทศวรรษ แต่ทำไมคนถึงใช้กันได้ทั่วโลกขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ไม่มีความหมาย ค้นไปค้นมา ก็เลยไปเจอคนมาอธิบายไว้ว่า หลายที่เลย

หลายๆ เว็บในยุค Web 2.0 มักจะมีระบบการโหวต ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถโหวตให้กับเนื้อหาที่ตัวเองชอบได้ เนื้อหาใดที่ถูกโหวตเยอะๆ แสดงว่ามีคนจำนวนมากที่ชอบเนื้อหานั้น เจ้าของเว็บก็มักจะนำเนื้อหาเหล่านี้ไปวางในจุดที่มีผู้ใช้เห็นเยอะๆ เป็นนัยยะว่านี่คือเนื้อหาที่น่าสนใจนะ คุณน่าจะลองเข้าไปดูบ้าง
ผมเองก็พยายามเอาวิธีนี้มาใช้กับบล็อกผมอยู่เหมือนกัน เพราะมีหลายบทความที่ถึงแม้จะเก่าจนตกไปอยู่หน้าหลังๆ แล้ว แต่เชื่อว่าบทความเหล่านั้นน่าจะมีประโยชน์กับขาจรที่เข้ามาอ่านเว็บผม เผื่อว่าเขาจะสนใจอ่านบทความอื่นๆ ต่อ